Full Version กรมวิชาการเกษตรแนะ

www.pukaotong.com > Article

กรมวิชาการเกษตรแนะ Date : 2008-08-26 14:33:36

กรมวิชาการเกษตร แนะปลูกมันสำปะหลังอย่างไรให้ผลผลิตสูงสุด
การผลิตเอธานอลจากหัวมันสำปะหลัง ทำให้เกิดความวิตกกังวลทั้งจากภาครัฐและเอกชนว่าจะไม่สามารถหาผลผลิตหัวมันสดมารองรับโรงงานผลิตเอทานอลได้ และจากการให้สัมภาษณ์ของนายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยว่า เมื่อปี 2550 รัฐบาลได้อนุมัติให้มีการสร้างโรงงานผลิตเอทานอลไปแล้วกว่า 49 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมกันทั้งสิ้น 11 ล้านลิตร ต่อวัน ต้องใช้หัวมันสด 15 ล้านตันต่อปี ประกอบกับสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความต้องการมันเส้นไปผลิตเอทานอลเป็นพิเศษอีกด้วยดังนั้นตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป ความต้องการผลผลิตมันสดเพื่อให้พอรองรับภาคอุตสาหกรรมเอทานอลและอาหารสัตว์ตลอดจนแป้งมันจะต้องสูงกว่า 35 ล้านตันต่อปีอย่างแน่นอน เพื่อให้มันสำปะหลังเพียงพอต่อความต้องการในอุตสาหกรรมทีเพิ่มขึ้นทั้งภายในประเทศและตลาดโลก กรมวิชาการเกษตรจึงแนะนำวิธีการปลูกมันสำปะหลังอย่างไรให้ผลผลิตสูงสุด
 
-          การปรับปรุงบำรุงดิน ให้เหมาะสมต่อการผลิตมันสำปะหลัง หลักสำคัญก็คือการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดินเป็นการสร้างให้ดินมีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดีและการเพิ่มธาตุอาหารหลักให้กับดิน ได้แก่ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์หรือปุ๋ยพืชสดจากปอเทืองและถั่วพร้าปลูกแล้วไถกลบ และจากการใช้พื้นที่ปลูกพืชอย่างต่อเนื่องทำให้ดินแน่นทึบ ก่อนการปลูกควรไถดะเพื่อระเบิดหน้าดินให้มีความร่วนซุยเพื่อให้น้ำซึมลงใต้ดินในฤดูฝนและนำน้ำใต้ดินมาใช้เมื่อฤดูแล้ง
 
-          การเลือกฤดูปลูกเพราะผลผลิตขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน โดยในช่วงหลังเดือนที่ 3 หลังจากการปลูก มันสำปะหลังต้องการน้ำน้อยเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้นเมื่อคำนวณแล้วพบว่า กุมภาพันธ์กุมภาพันธ์ – มีนาคม) รองลงมาคือต้นฤดูฝน(เมษายน-พฤษภาคม) และปลายฤดูฝน (ตุลาคม - พฤศจิกายน)
 
 
-          การเลือกพันธุ์มันสำปะหลังดินที่ใช้ปลูกมันสำปะหลังโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ดินร่วนเหนียวถือได้ว่าเป็นดินดี ดินชนิดนี้สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้ และดินร่วนทรายถือได้ว่าเป็นดินปานกลางถึงเลว ดินชนิดนี้ไม่สามารถนำไปปั้นเป็นลูกกระสุนได้เนื่องจากดินแตกง่ายไม่เกาะติดกัน โดยดินร่วนเหนียวควรปลูกพันธุ์ระยอง 5 และระยอง72 ส่วนดินร่วนทรายควรปลูกพันธุ์เกษตรศาสตร์50 ระยอง90 ห้วยบง60 และระยอง9 เนื่องจากทั้ง 4 พันธุ์ เมื่อนำไปปลูกในดินร่วนเหนียวจะเจริญเติบโตในส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือดินมากกว่าลงหัว หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าขึ้นต้นหรือบ้าต้นบ้าใบเกินไป ส่วนพันธุ์ระยอง 7 นั้นเหมาะทั้งดินร่วนเหนียวและดินร่วนทรายที่มีความชื้นของดินดีตลอดช่วงของการเจริญเติบโต แต่ไม่เหมาะสมกับสภาพดินที่แห้งแล้ง
 
-          การเตรียมดินคือต้องไถให้ลึกเพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำฝนและความชื้นของดินได้มากขึ้นและมันสำปะหลังจะลงหัวได้ง่าย คือการไถดะ ด้วยผาล 3 เท่านั้น ควรไถเมื่อดินมีความชื้นพอเหมาะ ต่อมาไถด้วยผาล 7 เพื่อเพิ่มความร่วนซุยให้กับดิน และตามด้วยการยกร่องพร้อมปลูก ในกรณีที่ดินต้องการเพิ่มอินทรียวัตถุเพื่อปรับปรุงดินและเพื่อความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินแนะนำให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไร่ละ 100 -200 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยหมัก วัสดุอินทรีย์อื่นๆ
-          การปลูกที่ถูกต้องหลักสำคัญก็คือ ต้นพันธุ์ที่ใช้ปลูกควรมีอายุ 10-12 เดือน จะให้ความงอกดีที่สุด โดยเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง มีตาถี่ ขนาดโตพอสมควร ต้องตัดท่อนปลูกด้วยมีดที่คมเพื่อมิให้ท่อนปลูกช้ำ ยาวไม่ต่ำกว่า 20 เซนติดเมตร ปลูกปักตรงให้ลึก 2 ใน 3 ของความยาวท่อนปลูก ในดินร่วนเหนียว ควรใช้ระยะแถวกว้าง 1.20 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50 – 1.00 เมตร และในดินร่วนทราย ควรใช้ระยะแถวแคบ 0.80 เมตร ระยะปลูกตั้งแต่ 0.50-0.80 เมตร
 
-          การกำจัดวัชพืชหลักที่สำคัญก็คือ มันสำปะหลังใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หลังจากปลูกเพื่อสร้างพุ่มใบให้คลุมพื้นที่ระหว่างร่องทั้งหมด ดังนั้นภายในช่วง 3 เดือนแรกถือว่าเป็นช่วงวิกฤตของมันสำปะหลัง ต้องดูแลให้มันสำปะหลังปลอดวัชพืช ถ้าปล่อยให้วัชพืชแข่งขันกับมันสำปะหลัง มันสำปะหลังจะแคระแกร็น มีผลให้ผลผลิตลดลงมาก การกำจัดวัชพืชสามารถ
-          เลือกทำแบบผสมผสาน โดยใช้จอบถาง รถไถเดินตามแถวระหว่างร่อง ใช้สารเคมีประเภทคลุมก่อนวัชพืชงอกหรือสารเคมีกำจัดหลังวัชพืชงอก สารเคมีประเภทคลุมใช้ได้ผลเฉพาะการปลูกต้นฤดูฝนเท่านั้น ห้ามใช้ไกลโฟเซตในขณะที่มันสำปะหลังต้นเล็กอยู่ เพราะมีผลทำให้ชะงักการเจริญเติบโต
 
-          การใส่ปุ๋ยเคมี ควรเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอัตราส่วน 2:1:2  ปุ๋ยเคมีที่แนะนำคือ 15-7-18 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ปุ๋ย 2 ข้างลำต้นรัศมีพุ่มใบแล้วกลบ ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเมื่ออายุ 1 เดือนหลังปลูกและต้องใส่ปุ๋ยเคมีในขณะที่ดินมีความชื้นและต้องกลบปุ๋ยด้วย ถ้าไม่กลบปุ๋ยอาจสูญเสียปุ๋ยมากเกิน 50%สำหรับการเก็บเกี่ยวควรเลือกเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงที่เหมาะสมตั้งแต่อายุ 10-18 เดือน ควรงดเว้นการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงฝนแรก คือตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เนื่องจากมันสำปะหลังแตกใบอ่อนจะให้เปอร์เซ็นต์แป้งต่ำ
 
 
-          การให้น้ำมันสำปะหลัง ควรให้น้ำในช่วงฤดูแล้งเพื่อจะช่วยให้มันสำปะหลังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือทำให้ใบร่วงน้อยที่สุด มีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ละเดือนอย่างก้าวกระโดด ดังนั้น การปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด ต้องปลูกในช่วงฤดูฝน คือตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน และให้น้ำช่วงสองเดือนแรกของการเจริญเติบโตตามความจำเป็น และให้น้ำเต็มที่ในช่วงฤดูแล้ง 5 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม เก็บเกี่ยวที่อายุ 12 เดือน ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว
 
 
 


ความคิดเห็น