

ปุ๋ยเคมี+กรดซิลิคอน หมออ้อย
( เหมาะสำหรับอ้อยโดยเฉพาะ)
คุณสมบัติ
: ช่วยให้อ้อยโตเร็ว โตไว ต้นใหญ่ แข็งแรง
: ช่วยให้อ้อยใบเขียวทนนาน ทนแล้งดี
: ช่วยให้ลำอ้อยใหญ่ ต้นสูง ได้น้ำหนัก
: ช่วยปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุยมากขึ้น
: ช่วยเพิ่มความหวาน เพิ่มน้ำตาลให้อ้อย
ขนาดบรรจุ 50 กิโลกรัม
การใส่ปุ๋ย
โดยแบ่งใส่ปุ๋ยเป็น 2 ครั้ง จำนวน 50 กิโลกรัมต่อไร่
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 : ให้ใช้ ปุ๋ยกรดซิลิคอน หรือ ปุ๋ยเคมี+กรดซิลิคอน หมออ้อย
ใส่ไร่ละ 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
เพื่อช่วยให้ต้นอ้อยโตเร็ว พุ่งไว แตกยอดใหม่เร็ว
ต้นอ้อยแข็งแรงสมบูรณ์ ต้านทานต่อโรคและแมลง
ใส่ปุ๋ยครั้งที่2 : ให้ใช้ ปุ๋ยเคมี+กรดซิลิคอน หมออ้อย เดี่ยวๆ
ใส่ไร่ละ 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
เพื่อช่วยเร่งน้ำหนัก เร่งน้ำตาล เร่งความหวาน
ช่วยให้อ้อยต้นอวบใหญ่ แข็งแรง ได้น้ำหนัก
ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ต้นไม่ล้ม
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่ หรือ 081-9354335, 081-6228499 (ฝ่ายขาย)
อ้อย เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถปลูกได้เกือบทุกภาคของประเทศ มีอายุเก็บเกี่ยว 10-12 เดือน
เก็บผลผลิตได้ 2-3 ปี สภาพแวดล้อมพันธุ์และการบำรุงดูแลรักษาเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลิตและ
คุณภาพของอ้อยอ้อยสามารถปลูกได้ในดินเกือบทุกประเภท ตั้งแต่ดินร่วนถึงดินร่วนปนทราย พื้นที่ปลูก
ควรเป็นที่ราบ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกอ้อยในดินเหนียวจัด ดินทรายจัดและดินลูกรัง
การเตรียมพันธุ์
พันธุ์อ้อยควรมาจากแปลงอ้อยที่เจริญเติบโตดี ตรงตามพันธุ์ ปราศจากโรคและแมลง มีอายุ
ประมาณ 8-10 เดือน ถ้าต้องทิ้งพันธุ์อ้อยที่ตัดไว้แล้วในไร่ ควรคลุมท่อนพันธุ์ด้วยใบอ้อยแห้ง เพื่อ
ป้องกันตาอ้อยแห้ง เกษตรกรควรมีแปลงพันธุ์อ้อยไว้ใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย อ้อยจากแปลงพันธุ์ 1 ไร่
(อายุ 7-8 เดือน) ปลูกขยายได้ 10 ไร่ สำหรับแปลงพันธุ์ ควรแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำร้อนนาน 2 ชั่วโมง
เพื่อป้องกันโรคใบขาวและกอตะไคร้ จากนั้นแช่ท่อนพันธุ์มนสารเคมีโพรนิโคนาโซล อัตรา 66 ซีซี/น้ำ20 ลิตร
นาน 30 นาที เพื่อป้องกันโรคแส้ดำ เหี่ยวเน่าแดง และกลิ่นสัปปะรด
ฤดูกาลปลูก
การปลูกอ้อยในปัจจุบัน สามารถแบ่งตามฤดูกาลได้เป็น 2 ประเภท คือ
การปลูกอ้อยต้นฝน ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 2 เขต คือ
- ในเขตชลประทาน (20% ของพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ) ส่วนใหญ่จะปลูกในช่วง
เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
- ในเขตอาศัยน้ำฝน ส่วนใหญ่จะปลูกในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน
การปลูกอ้อยปลายฝน (การปลูกอ้อยข้ามแล้ง) สามารถทำได้เฉพาะในบางพื้นที่ของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ที่มีปริมาณและการกระจายของฝนดีและดินเป็น
ดินทรายเหนือดินร่วนปนทราย การปลูกอ้อยประเภทนี้จะปลูกประมาณกลางเดือนตุลาคม-ถึง
เดือนธันวาคม
การเตรียมดิน
ไถเตรียมดินให้ลึกขณะมีความชื้นพอเหมาะ และควรลงไถดินดานทุกครั้งที่มีการรื้อตอเพื่อปลุก
อ้อยใหม่โดยไถเป็นรูปตาหมากรุก
- ถ้าปลูกต้นฤดูฝนหรือปลูกอ้อยใช้น้ำชลประทาน ไม่จำเป็นต้องไถพรวนให้ดินแตก
- อ้อยปลายฝนหรือปลูกอ้อยข้ามแล้ง ต้องไถพรวนจนหน้าดินแตกละเอียด เพื่อช่วยลด
ความสูญเสียความชื้นภายในดินให้ช้าลง
วิธีการปลูก
- ถ้าใช้คน ปลูกจะยกร่องกว้าง 1.4-1.5 เมตร (เดิมใช้ 1.3 เมตร) วางพันธุ์อ้อยเป็นลำโดยใช้
ลำเดี่ยว เกยกันครึ่งลำหรือ2 ลำคู่ตามลักษณะการแตกกอของพันธุ์อ้อยที่ใช้
- ถ้าใช้เครื่องปลูก หลังจากเตรียมดินแล้ว ไม่ต้องยกร่องจะใช้เครื่องปลูกติดท้ายแทรกเตอร์
โดยจะมีตัวเปิดร่อง และช่องสำหรับใส่พันธุ์อ้อยเป็นลำ และมีตัวตัดลำอ้อยเป็นท่อนลงในร่องและ
มีตัวกลบดินตามหลัง และสามารถดัดแปลงให้สามารถใส่ปุ๋ยรองพื้น พร้อมปลูกได้เลย ปัจจุบันมีการ
ใช้เครื่องปลูกทั้งแบบแถวเดี่ยวและแถวคู่ โดยจะปลูกแถวเดี่ยวระยะแถว 1.4-1.5 เมตร ในกรณีใช้
พันธุ์อ้อยที่แตกกอมาก และจะปลูกแถวคู่ ระยะแถว 1.4-1.5 เมตร ระยะระหว่างคู่แถว 20-30
เซนติเมตร ในกรณีใช้พันธุ์อ้อยที่แตกกอน้อย
การใส่ปุ๋ย
โดยแบ่งใส่ปุ๋ยเป็น 2 ครั้ง จำนวน 50 กิโลกรัมต่อไร่
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 : ให้ใช้ ปุ๋ยกรดซิลิคอน หรือ ปุ๋ยเคมี+กรดซิลิคอน หมออ้อย
ใส่ไร่ละ 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
เพื่อช่วยให้ต้นอ้อยโตเร็ว พุ่งไว แตกยอดใหม่เร็ว
ต้นอ้อยแข็งแรงสมบูรณ์ ต้านทานต่อโรคและแมลง
ใส่ปุ๋ยครั้งที่2 : ให้ใช้ ปุ๋ยเคมี+กรดซิลิคอน หมออ้อย เดี่ยวๆ
ใส่ไร่ละ 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
เพื่อช่วยเร่งน้ำหนัก เร่งน้ำตาล เร่งความหวาน
ช่วยให้อ้อยต้นอวบใหญ่ แข็งแรง ได้น้ำหนัก
ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ต้นไม่ล้ม
การป้องกันกำจัดวัชพืช
- ใช้แรงงานคนดายหญ้าในช่วงตั้งแต่ปลูกจนถึงอายุ 4 เดือน
-ใช้เครื่องจักรไถพรวนระหว่างร่องหลังปลูก เมื่อมีวัชพืชงอก
- ใช้สารเคมีฉีดพ่นเพื่อคุมฆ่า
ปัจจุบันเกษตรกรมีการเผาใบอ้อยกันมาก
- การเผาใบอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว เนื่องจากขาดแคลนแรงงานทำให้ตัดอ้อยได้เร็วไม่ต้องลอก
กาบใบ อ้อยที่เผาใบถ้าไม่รีบตัดส่งโรงงานทันทีจะทำให้เสียน้ำตาลและคุณภาพความ หวาน และ
ต้องจ่ายค่ากำจัดวัชพืช และให้น้ำเพิ่มขึ้นในอ้อยตอแนวทางแก้ไข คือ ถ้าส่งโรงานไม่ทันต้องตัด
อ้อยไฟไหม้กองไว้ในไร่ ซึ่งจะสูญเสียความหวานน้อยกว่าทิ้งไว้ในไร่
- การเผาใบอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากเกษตรกรต้องการป้องกันไฟไหม้อ้อยตอหลัง
จากที่มีหน่องอกแล้วและทำให้ใส่ปุ๋ยได้สะดวกกลบปุ๋ยง่าย แต่มีผลเสียตามมา คือ
* เป็นการทำลายวัตถุอินทรีย์ในดิน
* ทำให้สูยเสียควสามชื้นในดินได้ง่าย
* หน้าดินถูกกชะล้างได้ง่าย
* มีวัชพืชในอ้อยตอขึ้นมาก
* มีหนอกอเข้าทำลายมากขึ้น
แนวทางแก้ไข คือ ใช้เครื่องสับใบอ้อย คลุกเคล้าลงดิน ระหว่างแถวอ้อย และถ้าต้องการเผาใบ
อ้อยจริงๆ ควรให้น้ำในอ้อนตอทันทีจะช่วยลดการตายของอ้อยตอลงได้
- การเผาใบก่อนการเตรียมดิน เกษตรกรทำเพื่อให้สะดวกในการเตรียมดินปลูก เพราะ
ล้อรถแทรกเตอร์จะลื่นเวลาไถมีผลเสียตามมาคือ เป็นการทำลายอินทรีย์วัตถุ ดินอัดแน่นทึบ ไม่อุ้มน้ำ
น้ำซึมลงได้ยากแนวทางแก้ไข คือการใช้จอบหมุนสับเศษอ้อย และคลุกเคล้าลงดินก่อนการเตรียมดิน
ทำให้ไม่ต้องเผาใบอ้อยก่อนการเตรียม
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่ หรือ 081-9354335, 081-6228499 (ฝ่ายขาย)

หน้าแรก
ปุ๋ยเคมี+กรดซิลิคอน
ปุ๋ยน้ำ
กรดซิลิคอน
กากชา
สารทาหน้ายาง
ติดต่อเรา
หน้าแรก
บทความ
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ